[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
.::: เทศบาลตำบลทุ่งรวงทอง เลขที่ 123 หมู่ 6 ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา 56150 โทรศัพท์ 054-079838 Fax.054-079839 :::.
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
ค้นหา   
:: ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไชต์ ด้วยความยินดี ::
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 8 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
QR CODE
เวบไซต์ภายใน
การปราบปรามการทุจริต
คู่มือประชาชน
link banner
e-Learning
 
 
 
 
 
 
 
 

ลิงค์น่าสนใจ







สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 17/เม.ย./2557
ผู้ใช้งานขณะนี้ 0 IP
ขณะนี้
0 คน
สถิติวันนี้
1 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
1 คน
สถิติเดือนนี้
8 คน
สถิติปีนี้
220 คน
สถิติทั้งหมด
138505 คน
IP ของท่านคือ 34.200.222.93
(Show/hide IP)
คู่มือปฏิบัติงาน

  

  หมวดหมู่ โปรแกรมการศึกษา
เรื่อง : คู่มือปฏิบัติงานพัสดุ
โดย : admin
พุธ ที่ 24 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2563
เข้าชม : 33 ดาวน์โหลด : 7
  
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ขนาดไฟล์ 770.81 KBs

อธิบายเกี่ยวกับไฟล์ที่บริการโหลด :
                                                                คู่มือปฏิบัติงานพัสดุ
                                                                         
บทที่ 1 บทสรุปสาระสาคัญ 
บทที่ 2 ความทั่วไป 
ทที่ 3 วิธีการพัสดุ 
บทที่ 4 ขั้นตอนการจัดหา
         แผนภาพวงเงินการจัดซื้อจัดจ้าง
         แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
บทที่ 5 การซื้อการจ้างโดยวิธีตกลงราคา 
         การซื้อโดยวิธี e - shopping  
         แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคา
บทที่ 6 การซื้อการจ้างโดยวิธีการสอบราคา 
        แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา
บทที่ 7 การซื้อการจ้างโดยวิธีประกวดราคา 
         แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคา
บทที่ 8 การซื้อการจ้างโดยวิธีพิเศษ 
         แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ
บทที่ 9 การซื้อการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ 
         แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ
บทที่ 10 การซื้อการจ้างโดยวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
            แผนภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
บทที่ 11 การจ้างที่ปรึกษา 
บทที่ 12 การจ้างและออกแบบควบคุมงาน 
บทที่ 13 การแลกเปลี่ยน 
บทที่ 14 การเช่า 
บทที่ 15 การควบคุมและการจาหน่าย 
                                                           บทที่ 1
                                                  บทสรุปสาระสาคัญ
      ร ะ เ บีย บ ส า นัก น า ย ก รัฐ ม น ต รีว่า ด้วย ก า ร พัส ดุ พ. ศ . 2535 แ ก้ไ ขเ พิ่ม เ ติม ถึงฉ บับ ที่ 6
พ.ศ.2545 เป็นระเบียบที่วางหลักเกณฑ์การควบคุมขั้นตอนกระบวนการจัดหาพัสดุและบริการต่างๆ
เพื่อประโยชน์ในการให้ได้มาซึ่งพัสดุสาหรับใช้งานได้อย่างเพียงพอ คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ตาม
ความต้องการของส่วนราชการ ตั้งแต่การสารวจความต้องการใช้พัสดุ การรายงานขอเสนอซื้อจ้าง การ
อนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้าง การทาสัญญา การตรวจรับพัสดุ ไปจนถึงขั้นตอนเพื่อเตรียม การเบิกจ่ายเงินให้แก่
ผู้ขาย ผู้รับจ้าง ที่เป็นเจ้าหนี้ของส่วนราชการที่ได้ก่อหนี้ผูกพันตามสัญญาซื้อ สัญญาจ้างทาของ
การลงทะเบียนควบคุมและการจาหน่ายพัสดุ
ร ะ เ บีย บ ส า นัก น า ย ก รัฐ ม น ต รีว่า ด้วย ก า ร พัส ดุ พ. ศ . 2535 แ ก้ไ ขเ พิ่ม เ ติม ถึงฉ บับ ที่ 6
พ.ศ.2545 มีสาระสาคัญ จาแนกเป็นหมวดต่างๆ ดังนี้
      หมวด 1 ข้อความทั่วไป กาหนดคานิยาม การใช้บังคับ การมอบอานาจ บทกาหนด
โทษ และคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
      หมวด 2 การจัดหา กาหนดวิธีการและขั้นตอนปฏิบัติในการจัดหา ดังนี้
     o การ จัด หาพัสดุให้ดาเ นิน การ โด ยเ ปิดเ ผย โ ปร่งใส แล ะเ ปิด โอก าส ให้มี
การแข่งขันอย่างเป็นธรรม
     o การจัดทาเอง ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการ
จัดทาเอง และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงาน โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกับ
คณะกรรมการตรวจการจ้าง
    o ก า ร ซื้อก า ร จ้า งให้ใช้พัส ดุที่ผ ลิต ใน ป ร ะ เ ทศ แ ล ะ กิจ ก า ร ของค น ไ ทย ซึ่ง
กาหนดวิธีซื้อและ วิธีจ้างให้กระทาได้ 6 วิธี ได้แก่ วิธีตกลงราคา วิธีสอบราคา วิธีประกวดราคา วิธี
พิเศษ วิธีกรณีพิเศษ วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการซื้อหรือการจ้าง จะกระทาตามวิธีใด
พิจารณาจากวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในแต่ละครั้ง และห้ามแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
    o กา ร จ้า งที่ป รึกษา เ ป็น ก า รจ้า งบ ริก า ร จ าก ที่ป รึก ษา แ ต่ไ ม่ร วม ถึงก า ร
จ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ โดยกาหนดหลักเกณฑ์การจ้างที่
ปรึกษา ให้ส่วนราชการที่ใช้เงินงบประมาณ จ้างที่ปรึกษาไทยที่จดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา
กระทรวงการคลังเป็นหลัก เว้นแต่ได้รับการยืนยันจากศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษากระ ทรวงการคลังว่าไม่มีที่
ปรึกษาไทย หรือมีที่ปรึกษาไทยแต่มีความจาเป็นที่จะไม่จ้าง ส่วนราชการจะต้องขออนุญาตต่อ
คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งการจ้างที่ปรึกษา กระทา ได้ 2 วิธี ได้แก่ วิธีตกลงราคา และวิธี
คัดเลือก
     o ก า ร จ้า ง อ อ ก แ บ บ แ ล ะ ค ว บ คุม ง า น เ ป็น ก า ร จ้า ง บ ริก า ร จ า ก บุค ค ล
ธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคาร ด้วยเงิน
งบประมาณ กาหนดวิธีการให้กระทาได้ 4 วิธี ได้แก่ วิธีตกลงราคา วิธีคัดเลือก วิธีคัดเลือกแบบ
จากัดข้อกาหนด วิธีพิเศษ ซึ่งการจ้าง จะกระทาตามวิธีใดให้พิจารณาจากวงเงินที่จะจ้างในแต่ละครั้ง
    o ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ย น กา ห น ด ใ ห้ก ร ะ ทา ไ ด้เ ฉ พ า ะ ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ย น ค รุภัณ ฑ์
ห รือ วัส ดุ ป ร ะ เ ภ ท ชนิด เ ดีย วกัน ที่ไ ม่ต้องจ่า ย เ งิน เ พิ่ม ก ร ณีจ ะ แ ล ก เ ป ลี่ย น กับ เ อก ช น ใ ห้แ ต่งตั้ง
คณะกรรมการพิจารณาตามความเหมาะสมและไม่ทาให้ทางราชการเสียประโยชน์ สาหรับวิธีการ
แลกเปลี่ยนให้ใช้วิธีการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การแลกเปลี่ยนพัสดุที่จะนาไปแลกครั้งหนึ่งซึ่งมีราคา
ซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท จะใช้วิธีตกลงราคาก็ได้
    o ก า ร เ ช่า กา ห น ด ใ ห้ก ร ะ ทา ไ ด้ทั้ง ก า ร เ ช่า สัง ห า ริม ท รัพ ย์แ ล ะ
อสังหาริมทรัพย์ กรณีที่เช่าสังหาริมทรัพย์ ให้ใช้วิธีซื้อมาใช้โดยอนุโลม กรณีเช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็น
การเช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ การเช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทาการ การเช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่
พักสาหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พัก และการเช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของทางราชการ ให้กระทา
โดยวิธีตกลงราคา
    o สัญญาและหลักประกัน
     กา ห น ด ใ ห้ก า ร จัด ห า พัส ดุจ ะ ต้อ ง มีก า ร ทา ข้อ ต ก ล ง เ ป็น ห นัง สือ
ไว้ต่อกัน หรือทาเป็นสัญญา เมื่อได้มีการลงนามแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่มีความจาเป็นที่
ไม่ทาให้ทางราชการต้องเสียประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ
     กา ห น ด ใ ห้มีห ลัก ป ร ะ กัน โ ด ย ใ ช้ห ลัก ท รัพ ย์ที่เ ป็น เ งิน ส ด เ ช็ค ที่
ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายที่เป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชาระต่อเจ้าหน้าที่หรือก่อ นวันนั้นไม่เกินสามวันทาการ
หนังสือค้าประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทย เพื่อใช้เป็นหลักประกันซองหรือประกันสัญญา
    o ก า ร ล ง โ ท ษ ผู้ทิ้ง ง า น กา ห น ด ใ ห้ผู้ที่ไ ม่ย อ ม ไ ป ทา สัญ ญ า ห รือ ข้อ ต ก ล ง
ภายในเวลาที่กาหนด หรือผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องตามสัญญากับทาง
ราชการอาจได้รับพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    หมวด 3 การควบคุมและการจาหน่ายพัสดุ
   o ก า ร ยืม กา ห น ด ให้ต้อ งทา เ ป็น ห นัง สือ แ ล ะ ส่งคืน ต า ม กา ห น ด เ ว ล า โ ด ย
ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการผู้ให้ยืมพัสดุ
   o การควบคุม กาหน ดให้มีก ารควบ คุมพัสดุเมื่อได้รับ มอบให้ลงบัญชีหรือ
ทะเบียนเพื่อควบคุม การเบิกจ่ายพัสดุต้องมีหลักฐานการขอเบิก และมีการตรวจสอบพัสดุเป็นประจาปี
   o การจา หน่าย กาหน ดวิธีก ารจา หน่ายพัสดุได้เมื่อห มดควา มจาเ ป็นหรือ
หากใช้ราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก โดยให้ดาเนินการโดยวิธีการขาย การแลกเปลี่ยน
การโอน การแปรสภาพหรือทาลาย และกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิด
แต่ไม่สามารถชดใช้ได้ หรือมีตัวพัสดุแต่ไม่สมควรจาหน่าย ให้จาหน่ายเป็นสูญได้โดยได้รับอนุมัติจาก
ผู้มีอานาจ และให้ลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน
    หมวด 4 บทเฉพาะกาล กาหนดเป็นข้อยกเว้นวิธีปฏิบัติในส่วนที่ยังดาเนินการ
ไม่แล้วเสร็จตามระเบียบใหม่ ให้ถือปฏิบัติตามเดิมจนกว่าจะแล้วเสร็จ
                                                                  บทที่ 2
                                                                ความทั่วไป
            ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 6 พ.ศ.2545
เป็นระเบียบที่ใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่ใช้เงินงบประมาณ ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ
วิธีการพัสดุ ที่กาหนดขั้นตอนวิธีการจัดหาพัสดุ และการจัดการพัสดุที่ใช้ในส่วนราชการ เพื่อความคุ้มค่า
ในการใช้จ่ายเงิน (Value for Money) ความโปร่งใส (Transparency) ความมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) และความรับผิดชอบต่อผลสาเร็จของงาน
(Accountability) นอกจากนี้ยังจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดหาพัสดุแต่ละครั้งที่ได้
ดาเนินการ เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการจัดหาพัสดุจนได้พัสดุนั้นมา ใช้งานได้อย่างเพียงพอ คุ้มค่าและมี
ประสิทธิภาพตามความต้องการของส่วนราชการ โดยการดาเนินการแต่ละขั้นตอน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอ บ
ต้องมีการบันทึกหลักฐานในการดาเนินการพร้อมทั้งระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สาคัญ
ไว้เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
ในบทเกี่ยวกับความทั่วไป แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่
   1. คานิยาม
   2. การใช้บังคับ
   3. การมอบอานาจ
   4. บทกาหนดโทษ
   5. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
1. คานิยาม
   1.1 นิยามศัพท์ทั่วไป
“การพัสดุ” หมายความว่า การจัดทาเอง การซื้อ การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การแลกเปลี่ยน
การเช่า การควบคุม การจาหน่าย และการดาเนินการอื่นๆ ที่กาหนดไว้ในระเบียบนี้
“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ตามการจาแนกประเภท
รายจ่ายตามงบประมาณของสานักงบประมาณ หรือการจาแนกประเภทรายจ่ายตามเงินกู้
ในการจาแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ สานักงบประมาณกาหนดคานิยามคาว่า
“วัสดุ” “ครุภัณฑ์” “ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง” ดังนี้
ค่าวัสดุ หมายถึง รายจ่ายดังต่อไปนี้
         (1) ร า ย จ่า ย เ พื่อ จัด ห า สิ่ง ข อ ง ซึ่ง โ ด ย ส ภ า พ เ มื่อ ใ ช้แ ล้ว ย่อ ม สิ้น เ ป ลือ ง ห ม ด ไ ป
แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิม หรือสิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร และมีราคาต่อหน่วยหรือต่อชุดไม่
เกิน 5,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชาระพร้อมกัน เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง
เป็นต้น
         (2) รา ยจ่าย เ พื่อจัด ห าโ ปร แ กร มค อมพิวเ ต อร์ที่มีร าค าต่อหน่วย ห รือต่อชุดไ ม่เ กิน
20,000 บาท
         (3) รายจ่ายเพื่อปร ะกอบดัดแปล ต่อเติม หรือปรับปรุง ครุภัณฑ์ที่มีวงเงินไม่เกิน
5,000 บาท ที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง ที่มีวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท
         (4) รายจ่ายเพื่อประกอบ ดัดแปลง ต่อเติม หรือปรับปรุง ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่มี
วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท
        (5) รายจ่ายเพื่อซ่อมแซมบารุงรักษาทรัพย์สินเพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ค่าครุภัณฑ์ หมายถึง รายจ่ายดังต่อไปนี้
       (1) รายจ่ายเพื่อจัดหาสิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร และมีราคาต่อหน่วยหรือต่อชุด
เกินกว่า 5,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชาระพร้อมกัน เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่า
ติดตั้ง เป็นต้น
       (2) รายจ่ายเพื่อจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีราคาต่อหน่วยหรือต่อชุดเกินกว่า
20,000 บาท
      (3) รายจ่ายเพื่อประกอบ ดัดแปลง ต่อเติมหรือปรับปรุงครุภัณฑ์ รวมทั้งครุภัณฑ์
คอมพิวเตอร์ที่มีวงเงินเกินกว่า 5,000 บาท
      (4) รายจ่ายเพื่อซ่อมแซมบารุงรักษาโครงสร้างของครุภัณฑ์ขนาดใหญ่ เช่น เครื่องบิน
เครื่องจักรกลยานพาหนะ เป็นต้น ซึ่งไม่รวมถึงค่าซ่อมบารุงปกติหรือค่าซ่อมกลาง
      (5) รายจ่ายเพื่อจ้างที่ปรึกษาเพื่อการจัดหาหรือปรับปรุงครุภัณฑ์
ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมายถึง รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง
รวมถึงสิ่งต่างๆ ซึ่งติดตรึงกับที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคาร บ้านพัก สนามเด็กเล่น สนามกีฬา
สนามบิน สระว่ายน้า สะพาน ถนน รั้ว บ่อน้า อ่างเก็บน้า เขื่อน เป็นต้น รวมถึงรายจ่ายดังต่อไปนี้
     (1) ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้า หรือระบบประปา รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นการติดตั้งครั้ง
แรกในอาคารหรือสถานที่ราชการ ทั้งที่เป็นการดาเนินการพร้อมการก่อสร้าง อาคารหรือภายห ลังการ
ก่อสร้างอาคาร
     (2) รายจ่ายเพื่อประกอบ ดัดแปลง ต่อเติม หรือปรับปรุงที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง ที่มี
วงเงินเกินกว่า 50,000 บาท เช่น ค่าจัดสวน ค่าถมดิน เป็นต้น
     (3) รายจ่ายเพื่อจ้างออกแบบ จ้างควบคุมงานที่จ่ายให้แก่เอกชน หรือนิติบุคคล
     (4) รายจ่ายเพื่อจ้างที่ปรึกษาเพื่อการจัดหา หรือปรับปรุง ที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง
     (5) รายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง เช่น ค่าเวนคืนที่ดิน ค่าชดเชย
กรรมสิทธ์ที่ดิน ค่าชดเชยผลอาสิน เป็นต้น
“อาคาร” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคาร
ที่ทาการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนาร่อง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทานอง
เดียวกัน และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสาหรับอาคารนั้นๆ เช่น เสา
ธง รั้ว ท่อระบายน้า หอถังน้า ถนน ประปาและสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ
ลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ
“งานก่อสร้างสาธารณูปโภค” หมายความว่า งานก่อสร้าง ซ่อมแซม และบารุงรักษา
งานอันเกี่ยวกับการประปา การไฟฟ้า การสื่อสาร การโทรคมนาคม การระบายน้า ระบบการขนส่ง
ปิโตรเลียมโดยทางท่อ ทางหลวง ทางรถไฟ และการอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งดาเนินการในระดับพื้นดิน ใต้
พื้นดิน หรือเหนือพื้นดิน
“ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้า
เสนอราคาขายในการซื้อพัสดุของทางราชการ หรือเข้าเสนอราคาเพื่อรับจ้างทาพัสดุ หรือเข้าเสนองาน
เพื่อรับจ้างเป็นที่ปรึกษา หรือรับจ้างออกแบบและควบคุมงาน ให้แก่ส่วนราชการใด เป็นผู้มีส่วนได้เสีย
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคาหรือเข้า
เสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน
      การมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าว
ข้างต้น ได้แก่ การที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้
           (1) มีความสัมพันธ์กันในเชิงบริหาร โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ
ผู้บริหาร หรือผู้มีอานาจ ในการดาเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมด าหรือนิติบุคคลรายหนึ่งมี
อานาจหรือสามารถใช้อานาจในการบริหารจัดการกิจการของบุคคลธรรมดา หรือของนิติบุคคลอีกราย
หนึ่งหรือหลายราย ที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน
           (2) มีค ว า ม สัม พัน ธ์กัน เ ชิง ทุน โ ด ย ผู้เ ป็น หุ้น ส่ว น ใ น ห้า ง หุ้น ส่ว น ส า มัญ ห รือ ผู้เ ป็น
หุ้นส่วนไม่จากัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจากัด หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจากัดหรือบริษัทมหาชน
จากัด เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจากัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจากัด
หรือบริษัทมหาชนจากัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นใน
คราวเดียวกัน
คาว่า “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้หมายความว่า ผู้ถือหุ้น ซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าใน
กิจการนั้นหรือในอัตราอื่น ตามที่ กวพ. เป็นสมควรประกาศกาหนดสาหรับกิจการบางประเภทหรือบางขนาด
          (3) มีความสัมพันธ์กันในลักษณะไขว้กันระหว่าง (1) และ (2) โดยผู้จัดการ หุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอานาจในการดาเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดา
หรือนิติบุคคลรายหนึ่ง เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจากัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นราย
ใหญ่ในบริษัทจากัดหรือบริษัทมหาชนจากัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เข้าเสนอราคาหรือเสนองาน
ให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกันหรือในนัยกลับกัน
การดารงตาแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน หรือการเข้าถือหุ้น ดังกล่าวข้างต้นของคู่สมรสหรือบุตร
ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลใน (1) (2) หรือ (3) ให้ถือว่าเป็นการดารงตาแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน
หรือการถือหุ้นของบุคคลดังกล่าว
      ใ น ก ร ณีบุค ค ล ใ ด ใ ช้ชื่อ บุค ค ล อื่น เ ป็น ผู้จัด ก า ร หุ้น ส่ว น ผู้จัด ก า ร ก ร ร ม ก า ร ผู้จัด ก า ร
ผู้บริหาร ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นโดยที่ ตนเองเป็นผู้ใช้อานาจในการบริหารที่แท้จริง หรือเป็นหุ้นส่วน
หรือผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัใทจากัด หรือบริษัทมหาชนจากัด แล้วแต่กรณี และห้าง
หุ้นส่วน หรือบริษัทจากัด หรือบริษัทมหาชนจากัดที่เกี่ยวข้องได้เข้าเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วน
ราชการนั้นในคราวเดียวกัน ให้ถือว่าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานนั้นมีความสัมพันธ์กันตาม (1) (2)
หรือ (3) แล้วแต่กรณี
“การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” หมายความว่า การที่ผู้เสนอราคาหรือผู้
เสนองานรายหนึ่งหรือหลายราย กระทาการอย่างใดๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรค หรือไม่
เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา หรือเสนองานต่อส่วนราชการ ไม่ว่าจะ
กระทาโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือ
ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กาลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กาลังประทุษร้าย หรือแสดง
เอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทาการใดโดยทุจริต ทั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ใน
ระหว่างผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานด้วยกันหรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายหนึ่ง
รายใดเป็นผู้มีสิทธิทาสัญญากับส่วนราชการนั้น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือ
เพื่อให้เกิดความได้เปรียบส่วนราชการโดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ
1.2 บุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ
ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ได้นิยามศัพท์บุคคลที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดหาและ
การจัดการพัสดุ ดังนี้
“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งดารงตาแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ
หรือผู้ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้
“เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ” หมายความว่า คณะกรรมการเปิดซองสอบ
ราคา คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา คณะกรรมการดาเนินการจ้างที่ปรึกษาด้านทั่วไป
โดยวิธีคัดเลือก คณะกรรมการดาเนินการจ้างที่ปรึกษาด้านออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีคัดเลือก คณะกรรมการ
ดา เ นิน ก า ร จ้า ง ที่ป รึก ษ า ด้า น อ อ ก แ บ บ แ ล ะ ค ว บ คุม ง า น โ ด ย วิธีคัด เ ลือ ก แ บ บ จา กัด
ข้อกาหนด หรือผู้ว่าจ้างในกรณีการจ้างที่ปรึกษาด้านออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีพิเศษที่เป็นการ
ว่าจ้างโดยการประกวดแบบตามข้อ 48(2)
“หัวหน้าหน่วยพัสดุ”
- หัวหน้าหน่วยพัสดุโดยตาแหน่ง คือ ผู้ดารงตาแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับแผนกหรือ
ต่ากว่าแผนกที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมพัสดุ
- หัวหน้าหน่วยพัสดุโดยการแต่งตั้ง คือ ข้าราชการอื่นซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วน
ราชการให้เป็นหัวหน้าหน่วยพัสดุ
“หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานระดับกองหรือที่มีฐานะ
เทียบเท่ากอง ซึ่งปฏิบัติงานในสายงานที่เกี่ยวกับการพัสดุตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกาหนด
หรือข้าราชการอื่นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ แล้วแต่กรณี
ผู้มีอานาจอนุมัติการสั่งซื้อสั่งจ้าง
       1. “หัวหน้าส่วนราชการ”
            - สาหรับราชการบริหารส่วนกลาง หมายความว่า อธิบดี หรือหัวหน้าส่วน
              ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล
           - สาหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด
      2. “ปลัดกระทรวง” หมายความรวมถึงปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดทบวง และผู้ดารงตาแหน่งที่
           เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีกฎหมายกาหนดให้มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวงด้วย
      3. “รัฐมนตรีว่าการกระทรวง” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเจ้าสังกัด
      4. ผู้ที่ได้รับ ม อ บ อาน า จ จ า ก ผู้ที่มีอา น าจ ใ น ก า รดา เนิน ก าร จัดห าพัส ดุแล ะ ผู้ที่มี
อานาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง
    1.3 ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
          ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ได้นิยามศัพท์ส่วนราชการมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดหา
พัสดุตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ดังนี้
          (1.3.1) ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการพัสดุ ให้เป็นไป
ต า ม แ ผ น ก า ร จัด ซื้อจัด จ้า ง แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร จัด ห า ต า ม ห ลัก เ ก ณ ฑ์ที่กา ห น ด ใ น ร ะ เ บีย บ ส า นัก  นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม
          (1. 3.2) สานักง บประม าณ มีห น้า ที่พิจ าร ณาก าร ทาค วาม ตก ลง ใน การ แล กเป ลี่ย น
ครุภัณฑ์ สาหรับกรณีดังต่อไปนี้
         (ก) เป็นครุภัณฑ์ต่างประเภทหรือต่างชนิดกัน
         (ข) เป็นครุภัณฑ์ที่สานักงบประมาณกาหนด
         (ค) การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
         (1.3.3) กระทรวงอุตสาหกรรม มีหน้าที่
        (1) พิจารณาคาขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน คาขอรับใบอนุญาตทา
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และคาขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้
แล้วเสร็จโดยเร็ว
ใน ร ะ ห ว่า ง ที่ยัง พิจ า ร ณ า คา ขอ ต า ม ว ร ร ค ห นึ่ง ไ ม่แ ล้วเ ส ร็จ ใ ห้ส า นัก ง า น ม า ต ร ฐ า น
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นคาขอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานกับส่วนราชการผู้ดาเนินการซื้อหรือจ้าง
        (2) จัดทาบัญชีคู่มือผู้ซื้อปีละหนึ่งครั้ง และใบแทรกคู่มือผู้ซื้อระบุรายชื่อมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ประกาศกาหนดใหม่ และบัญชีรายชื่อผลิตภัณฑ์รายใหม่ที่ได้ผ่านการพิจารณา
ตาม 
        (3.1) เดือนละหนึ่งครั้ง เผยแพร่แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น
เป็นประจา
       (3) ต ร วจ ส อบ ค วา ม จา เ ป็น พิเ ศ ษของส่วน ร า ชก า ร เ กี่ย วกับ ก า ร ที่จ ะ ต้องกา ห น ด
รายละเอียด หรือคุณลักษณะเฉพาะ หรือรายการในการก่อสร้าง แตกต่างไปจากที่กาหนดไว้ใน
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือตามที่ได้มีผู้ได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว
ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ หากเป็นกรณีที่ไม่สมควร ให้ทักท้วง มิฉะนั้นให้ตอบรับทราบ ทั้งนี้
ภายใน 10 วันทาการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
      (1.3.4) กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่แจ้งเวียนบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติ
ด้านยากาหนด พร้อมทั้งราคากลางของยาดังกล่าว และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา ให้ส่วนราชการต่างๆ
ทราบ กับให้องค์การเภสัชกรรมแจ้งรายการยาตามบัญชียาหลักแห่งชาติ และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาที่องค์การเภสัชกรรม
ผลิตได้ หรือมีจาหน่ายให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบ
      (1.3.5) สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีหน้าที่สอดส่องมิให้มีการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่
ส่วนราชการไม่ใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และกิจการของคนไทย ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ หากพบ
การหลีกเลี่ยง ให้รายงานผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป เพื่อดาเนินการทางวินัยแก่ผู้หลีกเลี่ยง และแจ้ง
ให้ผู้รักษาการตามระเบียบทราบ
     (1.3.6) กรมประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่เอกสารการประกวดราคา
     (1.3.7) องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย มีหน้าที่เผยแพร่เอกสารประกวดราคา
     (1.3.8) กรมบัญชีกลาง มีหน้าที่ ดังนี้
               1. ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุโดยเป็นเลขานุการคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
               2. ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมบัญชีกลากระทรวงการคลัง พ.ศ.2545 มีอานาจหน้าที่
                      (ก) กาหนดนโยบายการบริหารการพัสดุภาครัฐ
                      (ข) กาหนดมาตรฐานและราคากลางพัสดุภาครัฐ
                      (ค) กาหนดนโยบายและพัฒนาแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง
                     (ง) กาหนดมาตรการป้องกันการสมยอมการเสนอราคาและการผูกขาดทางการค้าในการ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
                     (จ) พัฒนากฎหมายและระเบียบว่าด้วยการพัสดุให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
หรือสภาพการณ์ของประเทศ
                      (ฉ) ดาเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาการขอทาความตกลงในการบริหารงานพัสดุ
ของส่วนราชการต่างๆ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คาสั่ง มติคณะรัฐมนตรี หรือตามที่ได้รับอนุมัติจาก
กระทรวง
                    (ช) บริหารและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้สอดคล้องกับ
ระบบการบริหารงานพัสดุภาครัฐ
                  2. การใช้บังคับ
ปัจจุบันระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ใช้บังคับดังนี้
1. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535
2. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538
3. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2539
4. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541
5. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542
6. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
          ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุใช้บังคับแก่ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ
งบประมาณ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือ
หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
ก า ร ดา เ นิน ก า ร เ กี่ย วกับ ก า ร พัส ดุต า ม ร ะ เ บีย บ นี้ใช้บัง คับ เ ฉ พา ะ ส่วน ร า ชก า ร ที่ใช้เ งิน
งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เงินซึ่งส่วนราชการได้รับไว้โดยได้รับอนุญาต
จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไม่ต้องส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เงินกู้ตามกฎหมายว่า
ด้ว ย ก า ร ใ ห้อา น า จ ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลัง กู้เ งิน จ า ก ต่า ง ป ร ะ เ ท ศ เ งิน ที่ไ ด้รับ ค ว า ม ช่ว ย เ ห ลือ จ า กรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งใน
ระดับรัฐบาล และที่มิใช่ระดับรัฐบาล มูลนิธิหรือเอกชนต่างประเทศ
ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ กาหนดคานิยามคาว่า “เงินงบประมาณ” “เงินกู้” “เงินช่วยเหลือ” ดังนี้
“เงินงบประมาณ” หมายความว่า งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณรายจ่าย
เพิ่มเติม และเงินซึ่งส่วนราชการได้รับไว้โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไม่ต้อง
ส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ไม่รวมถึงเงินกู้ และเงินช่วยเหลือ ตามระเบียบนี้
“เงินกู้” หมายความว่า เงินกู้ตามกฎหมายว่าด้วยการให้อานาจกระทรวงการคลังกู้เงินจากต่างประเทศ
“เงินช่วยเหลือ” หมายความว่า เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่าง
ป ร ะ เ ทศ ส ถา บัน ก า ร เ งิน ร ะ ห ว่า ง ป ร ะ เ ทศ อ งค์ก า ร ต่า ง ป ร ะ เ ทศ ทั้ง ใน ร ะ ดับ รัฐ บ า ล แ ล ะ ที่มิใ ช่
ระดับรัฐบาล มูลนิธิหรือเอกชนต่างประเทศ
     3. การมอบอานาจ
โดยหลักการทั่วไป อานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการ
ดาเนินการอื่น ที่ผู้ดารงตาแหน่งใดจะพึงปฏิบัติหรือดาเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งอื่นใด
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีใน
เรื่องนั้นมิได้กาหนดเรื่องการมอบอานาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอานาจไว้ ผู้ดารงตาแหน่งนั้น
อาจมอบอานาจให้ผู้ดารงตาแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ กาหนดเรื่องการมอบอานาจไว้เป็น การเฉพาะ
โดยให้ผู้มีอานาจดาเนินการตามระเบียบจะมอบอานาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดารงตาแหน่งใดก็ได้โดยให้
คานึงถึงระดับตาแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอานาจเป็นสาคัญ และเพื่อความคล่องตัวใน
ก า ร จัด ห า ใ ห้หัว ห น้า ส่ว น ร า ช ก า ร ม อ บ อา น า จ ใ น ก า ร สั่ง ก า ร แ ล ะ ดา เ นิน ก า ร จัด ห า ใ ห้แ ก่ผู้
ดารงตาแหน่งรองลงไปเป็นลาดับ
สาหรับโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ผู้มีอานาจดาเนินการจะแต่งตั้งข้าราชการคนหนึ่งทา
หน้าที่ผู้อานวยการโครงการ และมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบในการดาเนินการตามระเบียบนี้ให้
เป็นการเฉพาะก็ได้
การมอบอานาจตามระเบียบให้ผู้มอบส่งสาเนาหลักฐานการมอบอานาจให้กรมบัญชีกลาง
หรือสานักงานคลังจังหวัด สานักงานคลังจังหวัด ณ อาเภอ และสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือ
สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณี ทราบทุกครั้ง
ข้อสังเกต เมื่อผู้มีอานาจตามกฎหมายได้มอบอานาจในเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้แก่ผู้ดารง
ตาแหน่งใดแล้ว ผู้รับมอบอานาจย่อมมีอานาจเช่นเดียวกับผู้ที่มีอานาจ และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่
ได้รับมอบอานาจ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งในหลักการ เมื่อผู้ได้รับมอบอานาจให้ปฏิบัติราชการใน
เรื่องหนึ่งเรื่องใดแทนผู้มีอานาจแล้ว ผู้ที่ได้รับมอบอานาจให้ปฏิบัติราชการแทนในเรื่องนั้นจะมอบอานาจ
ให้ผู้ดารงตาแหน่งอื่นต่อไปอีกไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือระเบียบกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น
      4. บทกาหนดโทษ
          4.1 บทลงโทษผู้กระทาการฝ่าระเบียบ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ กาหนดบทลงโทษสาหรับผู้ที่กระทาการฝ่าฝืน
ระเบียบของทางราชการไว้ โดยแยกองค์ประกอบ ดังนี้
1. ผู้มีอานาจหรือหน้าที่ดาเนินการตามระเบียบ หรือผู้หนึ่งผู้ใด
2. กระทาการโดย
    2.1 จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้
    2.2 มีเจตนาทุจริต
    2.3 ปราศจากอานาจหรือนอกเหนืออานาจหน้าที่
    2.4 มีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา
3. ถือว่าผู้นั้นกระทาผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมาย
เฉพาะของส่วนราชการนั้น ภายในหลักเกณฑ์ ดังนี้
    3.1 ถ้าการกระทามีเจตนาทุจริตหรือเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายอย่างร้ายแรง ให้ดาเนินการ
ลงโทษอย่างต่า ให้ออกจากราชการ
    3.2 ถ้าการกระทาเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายแต่ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษอย่างต่าตัด
เงินเดือน
    3.3 ถ้า กา ร กร ะ ทา ไ ม่เ ป็น เ หตุให้ทา งร า ชก าร เ สีย ห าย ให้ล งโ ทษภ าค ทัณฑ์ห รือว่า
กล่าวตักเตือน โดยทาคาสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร
4. การลงโทษทางวินัย ตามข้อ 3.1 ข้อ 3.2 ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทาหลุดพ้นจาก ความ
รับผิดในทางแพ่งตามระเบียบความรับผิดชอบของข้าราชการในทางแพ่งหรือความรับผิดทางอาญา (ถ้ามี)
    4.2 บทลงโทษผู้ทิ้งงาน
ระ เ บียบ ส า นักน า ย ก รัฐ ม น ต รีว่า ด้วย ก า ร พัส ดุ กาห น ด ห ลัก เ ก ณฑ์เ กี่ย วกับ ก า รล งโ ทษ
ผู้ทิ้งงาน ไว้ดังนี้
(1) หลักเกณฑ์ผู้ทิ้งงาน
           1. ผู้ที่ไ ด้รับ การ คัดเ ลือก แล้ว ไม่ยอมไ ปทา สัญญาห รือข้อตกล งภ ายใน เวล าที่ทา ง
ราชการกาหนด
          2. คู่สัญญาของทางราชการหรือผู้รับจ้างช่วงที่ทางราชการอนุญาตให้รับช่วงงานได้ ไม่
ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลง โดยไม่มีเหตุผลอันควร
         3. พัส ดุที่ซื้อห รือจ้า งทา เ กิด ข้อบ ก พร่อ ง ขึ้น ภ า ย ร ะ ย ะ เ วล า ที่กา ห น ด ไ ว้ใน สัญ ญ า
หรือข้อตกลง และไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องจากผู้จาหน่าย ผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญา หรือพัสดุที่ซื้อหรือ
จ้างไม่ได้มาตรฐานหรือวัสดุที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ครบถ้วนตามที่กาหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง
ทาให้งานบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรง หรือ
        4. งานก่อสร้างสาธารณูปโภค หากปรากฏว่าพัสดุหรือวัสดุที่ซื้อหรือจ้างหรือใช้โดย ผู้รับ
จ้างช่วงที่ทางราชการอนุญาตให้รับช่วงงานได้ มีข้อบกพร่อง หรือไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ครบถ้วนตาม (3)
       5. การจ้างที่ปรึกษาหรือการจ้างออกแบบและควบคุมงาน หากตรวจสอบแล้ว ปรากฏ
ว่าผลจากการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทาง
ราชการอย่างร้ายแรง
      6. ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน กระทาการอันเป็นการขัด ขวางการแข่งขันราคาอย่าง
เป็นธรรมหรือกระทาการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติ
บุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน
     7. กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทาโดยไม่สุจริต หรือมีการสมยอมกันในการเข้า
เสนอราคากับทางราชการ ให้พิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน
          (2) การพิจารณาลงโทษผู้ทิ้งงาน
   1. หัวหน้าส่วนราชการทารายงานไปยังปลัดกระทรวงเพื่อพิจารณาให้ผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อ
ผูกพันของทางราชการเป็นผู้ทิ้งงาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา
   2. เมื่อปลัดกระทรวงพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทาดังต่อไปนี้
          2.1 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ไม่ยอมไปทาสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่
ทางราชการกาหนด
          2.2 คู่สัญญาของทางราชการหรือผู้รับจ้างช่วงที่ทางราชการอนุญาตให้รับช่ว ง
งานได้ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลง โดยไม่มีเหตุผลอันควร
          2.3 พัสดุที่ซื้อหรือจ้างทาเกิดข้อบกพร่องขึ้นภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้ใน
สัญญาหรือข้อตกลง และไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องจากผู้จาหน่าย ผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญา หรือพัสดุ
ที่ซื้อหรือจ้างไม่ได้มาตรฐานหรือวัสดุที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ครบถ้วนตามที่กาหนดไว้ในสัญญาหรือ
ข้อตกลง ทาให้งานบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรง หรือ
         2.4 งานก่อสร้างสาธารณูปโภค หากปรากฏว่าพัสดุหรือวัสดุที่ซื้อหรือจ้างหรือ
ใช้โดยผู้รับจ้างช่วงที่ทางราชการอนุญาตใ ห้รับช่วงงานได้ มีข้อบกพร่อง หรือไม่ได้มาตรฐานหรือไม่
ครบถ้วนตาม 2.3 เป็นการกระทาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และบุคคลดังกล่าวสมควรเป็นผู้ทิ้งงาน
ให้ปลัดกระทรวงส่งชื่อบุคคลดังกล่าวไปยังผู้รักษาการตามระเบียบเพื่อพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานโดยเร็ว
     3. กวพ.พิจารณาเสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลัง ว่าสมควรเป็นผู้ทิ้งงาน
     4. ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน
     5. ปลัดกระทรวงการคลังระบุชื่อผู้ทิ้งงานในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และแจ้งเวียนให้ส่วน
ราชการทราบ
     6. ก ร ณีป ลัด ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลัง พิจ า ร ณ า ว่า ยัง ไ ม่ส ม ค ว ร เ ป็น ผู้ทิ้ง ง า น แ จ้ง ผ ล ใ ห้
ปลัดกระทรวงทราบ
     7. กรณีที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่ กวพ. กาหนด หากปลัดกระทรวง
พิจ า ร ณ า แ ล้ว เ ห็น ว่า บุค ค ล ดัง ก ล่า ว ข้า ง ต้น ยัง ไ ม่ส ม ค ว ร เ ป็น ผู้ทิ้ง ง า น ใ ห้ป ลัด ก ร ะ ท ร ว ง
รายงานไปยัง กวพ. เพื่อทราบด้วย
(3) การลงโทษผู้ทิ้งงาน ระเบียบว่าด้วยการพัสดุกาหนด ห้ามส่วนราชการก่อนิติสัมพันธ์
กับผู้ทิ้งงาน จนกว่าจะมีคาสั่งเพิกถอน
     4.3 บทกาหนดโทษตามกฎหมายอื่น
         (1) พระ ราช บัญ ญัติวิธีการงบ ป ระ มาณ พ. ศ . 2502 แล ะ ที่แก้ไข เพิ่ม เติม ก ฎ ห ม า ย
ว่าด้วยวิธีการงบประมาณได้มีบทกาหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ
วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเป็นการลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย
วิธีการงบประมาณ ตามมาตรา 26 ดังนี้
มาตรา 26 “ข้าราชารหรือลูกจ้างผู้ใดของส่วนราชการกระทาการก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงิน
หรือโดยรู้อยู่แล้วยินยอมอนุญาตให้กระทาการดังกล่าวนั้นโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือระเบียบ หรือข้อบังคับที่
ไ ด้อ อ ก ต า ม ค ว า ม ใ น พ ร ะ บัญ ญัติ น อ ก จ า ก ค ว า ม รับ ผิด ท า ง อ า ญ า ซึ่ง อ า จ ไ ด้รับ ต า ม ก ฎ ห ม า ย
อื่นแล้ว ผู้กระทาหรือยินยอมอนุญาตให้กระทาดังกล่าว จะต้องรับผิดชดใช้จานวนเงินที่ส่วนราชการได้
จ่ายไป หรือต้องผูกพันจะต้องจ่ายตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใดๆ ให้แก่ส่วนราชการนั้น
บุคคลภายนอกผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทาที่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือ
ระเบียบหรือข้อบังคับที่ได้ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ดังกล่าวในวรรคก่อน จะต้องร่วมรับผิดกับ
ผู้ก ร ะ ทา ก า ร ฝ่า ฝืน ต า ม ค ว า ม ใ น ว ร ร ค ก่อ น เ ช่น กัน เ ว้น แ ต่จ ะ แ ส ด ง ไ ด้ว่า ต น ไ ด้ก ร ะ ทา ไ ป
โดยสุจริต ไม่รู้เท่าถึงการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหรือระเบียบ หรือข้อบังคับดังกล่าว
ความในวรรคแรกไม่ใช้บังคับแกข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งได้ทักท้วงคาสั่งของผู้บังคับบัญชา
เป็นหนังสือแล้วว่า การที่จะปฏิบัติตามคาสั่งอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบหรือข้อบังคับ”
    ( 2 ) ร ะ เ บีย บ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต ร ว จ เ งิน แ ผ่น ดิน ว่า ด้ว ย วินัย ท า ง ง บ ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ
การคลัง พ.ศ.2544
ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ.
2544 เป็นระเบียบที่กาหนดขึ้นเพื่อเป็นมาตรการในการควบคุมเงินของรัฐ เพื่อให้ระบบการควบคุม
การตรวจสอบการเงินแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีวินัย หากเจ้าหน้าที่ผู้ใดจงใจฝ่าฝืน
มาตรการเกี่ยวกับการควบคุมการเงินของรัฐตามที่กาหนดไว้ในระเบียบ ถือว่ากระทาความผิดวินัยทางงบประมาณ
แ ล ะ ก า ร ค ลัง ต้อง รับ โ ท ษป รับ ท า ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ต า ม ร ะ เ บีย บ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต ร ว จ เ งิน แ ผ่น ดิน
ว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการดาเนินการด้านพัสดุ กาหนดไว้ใน
หมวด 1 โทษปรับทางการปกครอง ข้อ 9 และหมวด 2 ส่วนที่ 6 ตั้งแต่ข้อ 37 ถึงข้อ 49 ดังนี้
            1. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ดาเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้าง ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบ แบ่งแยกวงเงินจัดซื้อหรือจัดจ้างเพื่อให้อานาจสั่งซื้อสั่ง
จ้างหรือวิธีการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปจากที่กาหนดไว้ในกฎหมายหรือระเบียบดังกล่าว เป็นเหตุให้
เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 4
           2. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ดาเนินการจัดซื้อที่ดิน และหรือสิ่งก่อสร้าง ปฏิบัติหรือละเว้นการ
ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับ
โทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 4
           3. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่กาหนดราคา กลาง กาห นดคุณสมบัติผู้เข้าเสนอราคา จัดทา
รายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะ ในการประกวดราคาหรือสอบราคาจัดซื้อหรือจัดจ้าง ปฏิบัติหรือละเว้น
การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบ ซึ่งมีผลเป็นการกีดกันหรือ เอื้อประโยชน์
แก่ผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างรายใดรายหนึ่ง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับโทษปรับทาง
ปกครอง ชั้นที่ 4
         4. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ปิดประกาศหรือจัดส่งเอกสารสอบราคาหรือประกวดราคาจัดซื้อหรือจัดจ้าง
ละเลยไม่ปิดประกาศหรือจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเพื่อทราบหรือเผยแพร่ข่าว
การจัดซื้อหรือจัดจ้างตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องรับโทษปรับทาง
ปกครอง ชั้นที่ 1
         ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม
กฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเจ้าหน้าที่ผู้กระทาต้องรับ
โทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 4
        5. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่พิจารณาผลการประกวดราคา หรือเปิดซองสอบราคา รับพิจารณา
ผู้เสนอราคาที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข โดยรู้หรือควรจะรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความ
เสียหายแก่รัฐต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 3
      6. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นให้ซื้อหรือจ้าง ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่
ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับ หรือไม่พิจารณาเสนอให้ซื้อหรือจ้างผู้เสนอราคาต่าสุด
โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 3
      7. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่เกี่ยวกับการทาสัญญาซื้อขายหรือจ้าง ปฏิบัติหรือละเว้น การ
ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับ
โทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 4
     8. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ควบคุมงานหรือตรวจการจ้าง ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง
ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 3
ถ้ากรณีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงานหรือตรวจการจ้างปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ
หน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับโทษปรับ
ทางปกครอง ชั้นที่ 4
     9. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ตรวจรับพัสดุปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบ
ที่ใช้บังคับโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 4
     10. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ในการเบิกจ่ายพัสดุหรือจัดทาบัญชีหรือทะเบียนพัสดุ ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติ
หน้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องรับโทษ
ปรับทางปกครอง ชั้นที่ 2
     11. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ในการตรวจสอบพัสดุประจาปี ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตาม
กฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐต้องรับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 2
ผู้บังคับบัญชาผู้ใดมีหน้าที่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุประจาปีตามกฎหมายหรือ
ระเบียบที่ใช้บังคับ ไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุประจาปี เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้อง
รับโทษปรับทางปกครอง ชั้นที่ 3
     12. เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยยานพาหนะ ปฏิบัติหรือ ละเว้นการ
ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบดังกล่าวโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต้องรับโทษปรับทาง
ปกครอง ชั้นที่ 2
     13. เจ้าหน้าที่ผู้กระทาความผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทาความผิดเป็นผู้บังคับบัญชาต้องรับโทษ
ปรับทางปกครองในชั้นที่สูงกว่าอัตราโทษปรับทางปกครองตามที่กาหนดไว้สาหรับความผิดนั้นหนึ่งชั้น เว้นแต่
ความผิดนั้นกาหนดอัตราโทษปรับทางปกครองไว้ในชั้นที่ 4 แล้ว
ความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง มีอัตราโทษปรับทางปกครอง 4 ชั้น ดังต่อไปนี้
          (1) โทษชั้นที่ 1 โทษปรับไม่เกินเงินเดือน 1 เดือน
          (2) โทษชั้นที่ 2 โทษปรับเท่ากับเงินเดือนตั้งแต่ 2 เดือน ถึง 4 เดือน
          (3) โทษชั้นที่ 3 โทษปรับเท่ากับเงินเดือนตั้งแต่ 5 เดือน ถึง 8 เดือน
          (4) โทษชั้นที่ 4 โทษปรับเท่ากับเงินเดือนตั้งแต่ 9 เดือน ถึง 12 เดือน
    5. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ กาหนดให้มีคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ระเบียบกาหนด ดังนี้
          1. องค์ประกอบคณะกรรมการ
“คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ” เรียกโดยย่อว่า กวพ. ประกอบด้วย
         1. ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ
         2. อธิบดีกรมบัญชีกลาง กรรมการ
         3. ผู้แทนกระทรวงกลาโหม กรรมการ
         4. ผู้แทนสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการ
         5. ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด กรรมการ
        6. ผู้แทนสานักงบประมาณ กรรมการ
        7. ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
        8. ผู้แทนสานักงาน ป.ป.ช. กรรมการ
        9. ผู้แทนสานักนายกรัฐมนตรี กรรมการ
      10. ผู้แทนสานักงานเศรษฐกิจการคลัง กรรมการ
      11. ผู้แทนสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรรมการ
      12. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินห้าคน กรรมการ
      13. เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง กรรมการและเลขานุการ
      14. กวพ. แต่งตั้ง ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
2. หน้าที่ กวพ.
กวพ. มีอานาจหน้าที่ดังนี้
      (1) ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ
      (2) พิจารณาการอนุมัติยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ
      (3) พิจารณาคาร้องเรียนเกี่ยวกับการที่ส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ
      (4) เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงระเบียบต่อคณะรัฐมนตรี
      (5) กาหนดแบบหรือตัวอย่าง รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และกาหนด
แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้
      (6) เสนอความเห็นต่อผู้รักษาการตามระเบียบ ในการพิจารณาและแจ้งเวียนชื่อผู้ทิ้ง
งาน และการสั่งเปลี่ยนแปลงเพิกถอนผู้ทิ้งงานของส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะ เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
และรัฐวิสาหกิจ
     (7) กาหนดอัตราร้อยละของราคา ตามข้อ 16 (6)(7)(8) และ (11)
     (8) กาหนดประเภทหรือชนิดของพัสดุที่จาเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศ ตามข้อ 68
     (9) เชิญข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการ หรือ พนักงานและลูกจ้างของ
รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามหรือให้ข้อเท็จจริงรวมทั้งเรียกเอกสารจากส่วนราชการ
หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติ
ให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจในส่วนที่เกี่ยวข้อง
    (10) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทาหน้าที่ตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย
   (11) พิจารณาดาเนินการ ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
   (12) พิจารณารายงานการจ้างตามข้อ 83 วรรคสอง
   (13) กาหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาตามข้อ 92
   (14) กาหนดหลักเกณฑ์การกาหนดค่าปรับ ตามข้อ 134
   (15) กาหนดหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีปฏิบัติเพื่อให้มีการปฏิบัติตามระเบียบว่า
         ด้วยการพัสดุ
                                   (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ไฟล์ downlode)
.



โปรแกรมการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      แนวทางการปฏิบัติงานสาธารณสุข 1/ก.ค./2563
      คู่มือการปฏิบัติงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 26/มิ.ย./2563
      คู่มือปฏิบัติงาน พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง 24/มิ.ย./2563
      คู่มือปฏิบัติงานพัสดุ 24/มิ.ย./2563
      คู่มือการปฏิบัติงานการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร (เทศบาลตำบลทุ่งรวงทอง) 24/มิ.ย./2563




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ photnew@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป